พระกริ่งคลองตะเคียน ยอดนิยมของเมืองกรุงเก่า

พระกริ่งคลองตะเคียน ยอดนิยมของเมืองกรุงเก่า


พระเครื่องที่มีพุทธคุณเป็นเลิศในด้านคงกระพันชาตรี โดยเฉพาะเรื่องเขี้ยวงานั้นถือว่าสุดยอด "พระกริ่งคลองตะเคียน" โบราณาจารย์มีคำกล่าวเปรียบเปรยไว้ว่า "หน้าใหญ่ ไหล่ยก อกต่ำ ผิวดำสนิท กันเขี้ยวขออสรพิษ ต้องคลองตะเคียน"

พอเรียก "พระกริ่ง" นักสะสมมือใหม่หัดเล่นหลายคนจะต้องนึกถึง "พระเนื้อโลหะ" ด้านในบรรจุกริ่ง เมื่อเขย่าแล้วจะมีเสียงดัง ซึ่งนิยมสร้างตามตำราพระกริ่งที่มีแต่โบราณ แต่พระกริ่งคลองตะเคียนนั้นมีความแปลกแตกต่างจากพระกริ่งทั่วๆ ไป เป็นพระเครื่องเนื้อดินตำรับโดดเด่นของเมืองกรุงเก่าพระนครศรี อยุธยา

"พระกริ่งคลองตะเคียน" เป็นพระเนื้อดินที่ผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผงใบลาน เนื้อว่านร้อยแปด และเกสรดอกไม้มงคล ซึ่งไม่ใช่พระเนื้อโลหะเช่นพระกริ่งโดยทั่วๆ ไป แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของพระกริ่งคือ พระทุกองค์จะต้องเจาะด้านในองค์พระกลวงและบรรจุเม็ดกริ่งเข้าไป เวลาเขย่าจะมีเสียงดัง

ว่ากันว่าจุดแหล่งกำเนิดของพระกริ่งคลองตะเคียน อยู่ที่บริเวณตำบลคลองตะเคียน โดยพบเจอกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และบริเวณวัดประดู่ มีความเข้าใจว่าที่เรียก "พระกริ่ง" คงเป็นเพราะลักษณะขององค์พระ ซึ่งเมื่อเขย่าแล้วเกิดเสียงดัง ส่วนคำว่า "คลองตะเคียน" คือแหล่งกำเนิดที่พบองค์พระครั้งแรกนั่นเอง



มีการกล่าวกันว่า พระกริ่งคลองตะเคียนเป็น "พระกรุ"

พระกรุส่วนใหญ่มักสร้างขึ้นแล้วนำลงบรรจุกรุ ตามเจดีย์ หรือสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น โบราณสถาน วัดวาอาราม ซึ่งมีอายุการสร้างยาวนาน เช่น พระกรุสุโขทัย พระกรุกำแพงเพชร พระกรุสมัยอยุธยา พระกรุลพบุรี เป็นต้น

ที่พบส่วนมากจะเป็น "พระเนื้อดิน และเนื้อชิน"

ส่วนใหญ่จะไม่ปรากฏอักขระเลขยันต์อยู่บนองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่มีพระอยู่เพียงกรุเดียวที่มีอักขระยันต์คือ "พระกริ่งคลอง ตะเคียน"

ซึ่งมีการกล่าวกันว่าแตกกรุครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่บ้านคลอง ตะเคียน สันนิษฐานว่า พระเถราจารย์วัดประดู่โรงธรรมในสมัยอยุธยา สร้างตามแบบของพระคงเมืองลำพูน เหตุที่เรียกว่า "กริ่งคลองตะเคียน" เนื่องจากเมื่อตอนที่พบนั้น เจอเรี่ยราดอยู่เต็มพื้นดิน ตามกรุวัดร้างและเนินดินแถบริมคลองตะเคียน ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา

ในต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์อดีตพระเกจิอาจารย์ดังเมืองกรุงเก่าได้สืบตำราการสร้างพระกริ่งคลองตะเคียน ซึ่งนอกจากจะสร้างพระกริ่งคลอง ตะเคียนแล้ว ยังสร้าง พระเปิม พระรอด เนื้อผงเข้าดินดิบอีกด้วย เนื้อพระกริ่งคลองตะเคียนสมัยอยุธยา เป็นพระเนื้อดินเผาดำ เป็นการจงใจเผาให้เกิดสีแบบนั้น มีความแข็งแกร่งและมัน การจารอักขระที่ด้านหลังพระจะลึก ตามซอกอักขระมักมีไขขาวเกาะแน่น บางองค์ก็มีสีน้ำหมากเกาะติดอยู่ด้วย

ด้วยมวลสารที่ผสมเป็นองค์พระมีผงใบลานเผาผสมอยู่ด้วย จึงทำให้เนื้อขององค์พระออกสีดำมัน และดูจากพุทธลักษณะขององค์พระสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระในสมัยอยุธยายุคปลายๆ ซึ่งสร้างโดยพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาอาคม ทั้งยังเป็นการสร้างโดยพระเกจิอาจารย์รูปเดียวอีกด้วย เนื่อง จากลายมือในการจารยันต์อักขระเป็นลายมือเดียวกัน

พุทธลักษณะองค์พระกริ่งคลองตะเคียน ประทับนั่งปางมารวิชัย เหนืออาสนะฐานสูง ภายใต้ต้นโพธิ์ มีใบโพธิ์ปกคลุมเป็นร่มเงาคล้ายๆ กับพระคงลำพูน มียอดเป็นปลีสูง พระพักตร์กลมนูนไม่ปรากฏรายละเอียด ส่วนด้านหลังเป็นหลังอูม และมียันต์อักขระจาร บางองค์ก็สร้างเป็นองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่ทุกองค์จะต้องมีอักขระจารอยู่ทั้งสิ้น

สังเกตได้ว่า "พระกริ่งคลองตะเคียน" ทุกองค์ ลายมือในการจารยันต์อักขระเป็นลายมือเดียวกัน จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นผู้สร้างคนเดียว กัน ที่ใต้ฐานของพระจะเป็นรอยหยิกและมียันต์อักขระใต้ฐานทุกองค์ ส่วนยันต์หลังองค์พระเป็นการจารยันต์หลังจากพิมพ์เป็นองค์พระแล้ว ซึ่งน่าจะจารระหว่างที่องค์พระยังไม่แห้ง ไม่ใช่ยันต์ที่ติดมากับแม่พิมพ์ขององค์ อย่างเช่นพระใหม่ที่สร้างในปัจจุบัน เหตุผลที่นำมาสนับสนุนก็คือทั้ง พระกริ่งคลองตะเคียน พิมพ์หน้าใหญ่ และพิมพ์หน้าเล็ก รวมทั้งพิมพ์อื่นๆ ยันต์ด้านหลังขององค์พระมีหลากหลาย

การเขียนยันต์ไว้ด้านหลังของพระกริ่งคลองตะเคียนนั้น หากจะวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์จากยันต์ที่ปรากฏ จะพบว่าการสร้างพระรุ่นนี้น่าจะอยู่ในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ มีการรบราฆ่าฟันกัน ผู้สร้างต้องการให้นำไปใช้ป้องกันตัว ยันต์ส่วนใหญ่จึงมีพุทธคุณดีด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี

นอกจากนี้พระเกจิอาจารย์ยุคต่อมา ยังมีการนำยันต์มาเขียนไว้บนเหรียญของท่านเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อทอง วัดราชโยธา, หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้วหลวงพ่อโอภาสี วัดบางมด, หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นต้น

พระกริ่งคลองตะเคียนแบ่งแยกสีได้ 3 สี คือ สีดำ สีเขียวอมเทา และสีเหลืองอมเขียว ที่พบและนิยมเล่นหาสะสมมีทั้งหมด 4 พิมพ์คือ พิมพ์หน้าใหญ่ไหล่ยก พิมพ์สองหน้า พิมพ์หน้าเล็ก พิมพ์ปิดตา พุทธคุณเป็นเลิศในด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี

ถือเป็นพระเก่าแก่ที่มีความงดงาม และเป็นพระยอดนิยมของจังหวัดพระนครศรี อยุธยาอีกพิมพ์หนึ่ง





ที่มา วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7246 ข่าวสดรายวัน
มุมพระเก่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความทั้งหมด