พระงั่ง

พระงั่ง


ในวงการพระเครื่องบ้านเรามีของแปลกประหลาดพิสดารพันลึกมากมาย ต้องค่อยๆ พิจารณาหาข้อมูลแล้วก็แลกเปลี่ยนความรู้กัน ตัวอย่างเช่น คนทั่วไปมักจะเคยเห็นพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ทำจากสำริดบ้าง ทองเหลืองบ้าง นั่งปางสมาธิบนฐานสูงหน่อย จุดที่น่าสังเกตคือพระเศียรส่วนที่เป็นพระเกศโมฬีจะแหลมมากกว่าพระพุทธรูปประเภทอื่น ไม่ปรากฏผ้าสังฆาฏิพาดให้เห็น คนทั่วไปเรียกท่านว่า "พระงั่ง"

หลายๆ คนคงสงสัยว่าทำไมใช้คำว่า "งั่ง" อันมีความหมายที่ทุกคนรู้ดีว่าเหมือนกับซื่อบื้อ งี่เง่า อะไรทำนองนี้

ในความจริง คำว่า "งั่ง" มีอีกหลายความหมาย เช่น อาจหมายถึงโลหะประเภททองเหลืองหรือทองแดงที่มีความแข็ง เคยได้ยินคนเก่าคนแก่เรียกแหวนทองเหลืองว่า แหวนงั่ง ก็มี

นอกจากนี้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังเคยทรงมีพระอรรถาธิบายใน "สาส์นสมเด็จ" ว่าหมายถึงทองแดง เป็นอันได้ข้อสรุปข้อหนึ่งว่าคงจะเป็นคำที่ใช้เรียกโลหะคำหนึ่งในสมัยโบราณ และถ้าไปตามสืบความหมายในพจนานุกรมบางฉบับ มีการให้ความหมายคำว่า "งั่ง" ไว้ว่า เป็นพระพุทธรูปทำจากเนื้อโลหะ ไม่มีผ้าสังฆาฏิพาด และมีการให้ความหมายว่า เป็นพระพุทธรูปที่ยังไม่ได้ทำพิธีเบิกเนตร (ปลุกเสกให้เป็นพระพุทธรูป)

หากจะกล่าวโดยทั่วไปแล้ว ผมเห็นว่าควรจะแยกสิ่งที่เรียกว่า "พระงั่ง" ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

แบบที่ 1 งั่งในลักษณะพระพุทธรูปขนาดเล็ก เศียรแหลม ตรงที่คนโบราณพกออกศึกและนำกลับมาบูชาเรียกกันติดปากว่า "พระชัย" หมายถึงพระที่มีชัยชนะ และพุทธลักษณะที่ปรากฏจะเป็นศิลปะอยุธยา ที่มีศึกสงครามบ่อยครั้ง ไม่สู้จะงดงามนัก ฝีมือจะเป็นช่างชาวบ้าน รวมทั้งวิธีการเทหล่อก็จะง่ายๆ ไม่พิถีพิถัน

แบบที่ 2 งั่งจะอยู่ในลักษณะเครื่องรางของขลังที่แพร่หลายในแถบเขมรตั้งแต่ยุคหลัง Post Angkor คือหลังสมัยเขมรเมืองพระนครเป็นต้นมา ศิลปะของสมัยนี้จะมีอิทธิพลจากชาติต่างๆ เช่น อยุธยา เวียดนาม ลาว เข้าไปปะปนอยู่เราเรียก ศิลปะแบบศรีสันธอร์ ปรากฏว่า "งั่ง" ของเขมรนี่เองมีอิทธิฤทธิ์เป็นที่น่าอัศจรรย์ บางทีทำเป็นรูปผู้ชายนั่งอ้าขา บ้างทำคล้ายพระพุทธรูป นั่งบนฐานบัวฟันปลา หรือฐานเขียง ไม่มีผ้าพาดบ่า ที่สำคัญทำปลายเศียรแหลมเอียงบ้าง ทำเป็นเศียรโล้นบ้าง บางทีพบทำดวงตากลมใหญ่สีแดงนักเลงพระเรียก "ไอ้งั่งตาแดง"

"งั่ง" ในลักษณะเครื่องรางของขลังไม่ได้มีเฉพาะในเขมร หากแต่พบได้ในแถบหลวงพระบาง เวียงจันทน์ ก่อนจะแพร่หลายเข้ามาทางแถบภาคอีสานของไทยด้วย ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงความเข้มข้นของกฤติยาคมในเรื่องอิตถีเพศ เรียกหาสตรีให้ลุ่มหลง เรื่อยไปถึงกระ บวนการดูแลให้คงความเข้มขลังจะต้องไว้ในที่ต่ำ เลยไปจนถึงการสังเวยด้วยเลือดประจำเดือนของหญิงสาว เป็นต้น

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะกี่งั่งก็จะยืนอยู่บนเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งอกหักรักคุดไม่มีผู้หญิงเหลียวแล จนต้องหันหน้าเข้าหาร่มกาสาวพัสตร์ แต่ขณะที่ทำพิธีอุปสมบทอยู่นั้น หญิงคนรักเกิดเปลี่ยนใจหวนกลับมาขอคืนดี จนไอ้หนุ่มเปลี่ยนใจไม่บวชเรียน แต่ก็น่าแปลกว่าหลังจากนั้นมีสาวแก่แม่ม่ายมาลุ่มหลงรักใคร่มิได้ขาด คนโบราณอาจจะด่าเอาว่า "ไอ้งั่ง" ก็เป็นไปได้ เนื่องจากแทนที่จะบวชเรียนใฝ่หาทางธรรมกับหลงไปกับรูป รส อันเป็นกามตัณหา แต่ผู้ขมังเวทชาวเขมรกับเอาเคล็ดดังกล่าวมาจัดสร้างวัตถุอาถรรพ์และแพร่หลายไปทั่ว ดังนั้น รูปลักษณะที่ยังไม่ผ่านการเบิกเนตร (ตายังปิดด้วยอบาย) หรือการไม่ได้ครองผ้าสังฆาฏิ จึงเป็นการแสดงเงื่อนงำของตำนานดังกล่าวอีกทางหนึ่ง

ส่วน "พระชัย" ที่กล่าวถึงนั้น ดันมีลักษณะไปใกล้เคียงกับ "ไอ้งั่ง" เข้า บวกกับคำว่า "งั่ง" ยังมีความหมายถึงโลหะประเภททองเหลือง ทองแดง เวลานานไปคนเลยเรียกพระชนิดนี้ว่า "พระงั่ง" ไปด้วย ซึ่งความจริงมีข้อสังเกต คือ พระเกศโมฬีท่านมักจะไม่เอียง และจะไม่ลงอักขระเลขยันต์ ฐานจะเป็นฐานเขียงเรียบไม่ใช่ฐานบัวฟันปลา รวมทั้งศิลปะจะเป็นอยุธยา ไม่ค่อยจะออกลักษณะพิสดารพันลึกเหมือนงั่งของเขมรและลาวครับผม

ที่มาข้อมูล : วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7164 ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความทั้งหมด