เปิดประวัติ'หลวงพ่อเที่ยง' เครื่องรางตะกรุดหนังเสือ (จบ)

"พระครูจันทสโรภาส" หรือ "หลวงพ่อเที่ยง จันทสโร" อดีตเจ้าคณะตำบลม่วงชุม และอดีตเจ้าอาวาสวัดม่วงชุม จ.กาญจนบุรี ท่านเป็นพระของชาวบ้านชนบทโดยแท้ พูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ภาษาที่ใช้สื่อสารก็เหมือนหลวงพ่อคูณ เป็นภาษาไทยแท้ๆ ฟังไม่เพราะหู แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา 

จากการบอกเล่าของชาวบ้านกล่าวว่า ท่านชอบกีฬาชกมวยอย่างมาก การละเล่นนิยมลิเกและหนังตะลุง ท่านเป็นพระโบราณลูกทุ่งชนบท ชอบฉันหมากไม่เคยขาดปากเลย จึงเป็นที่มาของการสร้างพระเครื่องเนื้อชานหมากที่โด่งดังเข้มขลังด้วยประสบการณ์ 

หลวงพ่อเที่ยงเริ่มลงมือสร้างอุโบสถเมื่อปีพ.ศ.2484 ท่านค่อยๆ สร้างโดยไม่มีการเรี่ยไรเพราะไม่ต้องการเป็นภาระของชาวบ้าน ในช่วงนั้นประเทศไทยยังตกอยู่ในระหว่างปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองกาญจนบุรีได้รับผลกระทบจากภัยสงครามอย่างมากเพราะทหารญี่ปุ่นมาตั้งฐานทัพหลายแห่ง ทำให้ทหารพันธมิตรนำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานทัพของญี่ปุ่น เป็นเหตุให้สภาพเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง แต่ชาวบ้านก็ช่วยบริจาคทุนทรัพย์สร้างอุโบสถจนสำเร็จ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2494

ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2523 เวลา 09.00 น. เศษ ณ วัดม่วงชุม ทางวัดได้เก็บสรีระของท่านไว้ถึง 10 ปี ปรากฏว่าสังขารของท่านไม่เน่าไม่เปื่อย ชาวม่วงชุมจึงพร้อมใจกันสร้างมณฑปพร้อมทั้งโลงแก้วบรรจุร่างที่เป็นอมตะไว้ให้ผู้คนกราบไหว้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2534 

หลวงพ่อเที่ยงท่านจะขึ้นชื่อสุดๆ ในเรื่องเหนียว ทั้งมีดทั้งปืน เล่ากันว่าของๆ ท่านเวลานำออกมาจากพิธีก็ลองกันตรงนั้นเลย วัตถุมงคลของท่านจึงโด่งดังเป็นที่เล่าขานกันมาก เคยมีทหารใส่เหรียญของท่านไปขับเฮลิคอปเตอร์ แล้วเฮลิคอปเตอร์ตกทหารคนนั้นรอดตายมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ 

วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผู้คนนิยมเล่นหามากที่สุดของท่านก็คือตะกรุดหนังเสือเพราะใช้ดีมีประสบการณ์ในด้านคงกระพันชาตรีและเหนียวสุดๆ ตะกรุดของหลวงพ่อเที่ยงแท้ๆ นั้นหายากมาก เพราะตามตำราของท่านต้องทำมาจากหนังเสือ ตะกรุดของท่านจึงมีน้อย วัตถุมงคลของหลวงพ่อเที่ยงนั้นเป็นที่นิยมกันในหมู่นักสะสม เพราะมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไป โดยเฉพาะวัตถุมงคลที่เกี่ยวกับเสือ ทั้งตะกรุดหนังเสือ เหรียญรุ่นเสือเผ่น 

การทำตะกรุดของหลวงพ่อนั้นเริ่มจากท่านออกธุดงค์เป็นเวลานานหลายสิบปี มีกะเหรี่ยงที่นับถือท่านเอาหนังหน้าผากเสือไฟและเสือโคร่งมาถวายกับท่านหลายผืน เมื่อท่านกลับมาอยู่วัดจึงตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดมัดตะกรุดได้ โดยให้แยกหนังหน้าผากเสือไว้ส่วนหนึ่ง ส่วน หนังทั้งตัวเสือหลวงพ่อลงอักขระคาถาแผ่นตะกรุดแล้วม้วนใช้เชือกมัดหัวท้ายตะกรุดจากนั้นทารักเป็นตัวจับยึดให้แน่นแล้วนำไปปลุกเสกเฉพาะวันอังคารกับวันเสาร์จนครบไตรมาส จึงนำไปแจกจ่ายญาติโยมที่ศรัทธา 

ส่วนประเภทเหรียญรูปเหมือนก็ได้รับความนิยม และเต็มไปด้วยประสบการณ์ด้าน "ความเหนียว" อย่างเช่น เหรียญรุ่นแรก ปี 2508 ที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์, เหรียญรุ่น 2 พิธีเสาร์ห้า ปี 2509 เหรียญรูปไข่ รุ่นพิเศษ ปี 17 ด้านหลังเป็นยันต์ห้าของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และหลวงปู่ทิมได้เดินทางมาปลุกเสกร่วมกับเกจิที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน ส่วนประเภทพระเนื้อผงก็ต้องพระสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อผงชานหมาก 

ทุกอย่างมีประสบการณ์ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของผู้ที่เอาไปใช้

เพราะเรื่องเหนียว ไม่เข้าใครออกใคร แต่อย่าริไปลองเด็ดขาด!!

ข่าวสด

พ.ท.บดีศร จิตต์บุญเหลือ ห้อย'พระยอดธง-นเรศวร'


ทหารเป็นรั้วของชาติที่มีหน้าที่ปกป้องประเทศ จึงมิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ที่บรรดาเหล่าทหารหาญจะต้องมีวัตถุมงคลติดตัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

พ.ท.บดีศร จิตต์บุญเหลือ เป็นนายทหารอีกผู้หนึ่ง ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระเครื่องวัตถุมงคล มีเก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก

'พ.ท.บดีศร จิตต์บุญเหลือ' หรือ 'ผู้พันบอย สนามเป้า' ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 30 นักเรียนนายร้อย จปร.41 

"เราคนไทยและเป็นชายชาติทหาร หน้าที่ของทหารคือการปกป้องอธิปไตยของชาติ เทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ และ รับใช้ประชาชน" ผู้พันบอยกล่าว 

พ.ท.บดีศรกล่าวว่า การทำงานทุกครั้งต้องทำอย่างมีสติและรอบคอบ งานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคัญบัญชา เราต้องปฏิบัติอย่างสุดความสามารถ งานที่ได้รับมอบหมายก็จะสำเร็จไปได้ด้วยดี "ผมเป็นคน ที่ชอบและสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนายร้อย ซึ่งคุณพ่อท่านมอบ ไว้ให้ติดตัว เพื่อจะได้เป็นมงคลกับตัว แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตราย ผมจึงเริ่มเก็บสะสมตั้งแต่นั้นมา" 

ปัจจุบันผู้พันบอยมีพระเครื่องประจำตัวอยู่หลายองค์ แต่ที่ติดตัวนำแขวนขึ้นคอ เป็นประจำอยู่ทุกวัน เป็นพระยอดธง วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นพระเครื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มอบให้ตอนที่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.พัน. เป็นครั้งแรก ซึ่งตนนำติดตัวมาโดยตลอด 

พระนเรศวรเป็นเหรียญวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่งที่พกติดตัวเป็นประจำ ด้วยคุณพ่อคุณแม่มอบเป็นของขวัญให้ โดยมีความเชื่อว่าองค์พระนเรศวร ท่านเป็นจอมทัพที่ทรงพระปรีชาสามารถในการรบกอบกู้บ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตมาโดยตลอด หากนำติดตัวแล้วจะทำให้ผ่านพ้นทุกอันตรายต่างๆ 

องค์สุดท้าย เป็นเหรียญกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ซึ่งมีติดตัวตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนเตรียม ทหาร ถือว่าพระ องค์ท่านเป็นเสด็จเตี่ยของเหล่านักเรียน เตรียมทหารที่ให้ความเทิดทูนเป็นอย่างสูง 

สำหรับหลวงปู่แดง พุทโธวัด ถ้ำเขาเงิน จ.ชุม พร และหลวงพ่อคล้อย ฐานธัมโม วัดถ้ำเขาเงิน จ.ชุมพร เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ผู้พันบอยให้ความศรัทธา ด้วยเคยบวชเรียน ที่วัดแห่งนี้สมัยยัง เป็นหนุ่ม ทำให้มีความเคารพใน หลวงปู่ทั้งสองท่าน ที่มีวัตรปฏิบัติดีมาโดยตลอด ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย 

พ.ท.บดีศร บอกว่า "ความเชื่อนั้นมีมาก แต่มิใช่เป็นความเชื่อแบบงมงาย แต่เป็นความเชื่อในการทำความดี ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ การทำตัวให้อยู่ในศีลธรรม ผมเชื่อว่าพุทธคุณของพระเครื่องทุกองค์นั้น มีเปี่ยมล้น แต่เราควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท จากนั้นความมั่นใจในการทำงานจะตามมา ทำให้ภารกิจนั้นสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้น" 

"นอกจากพระเครื่องเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันตัว หากได้แขวนพระ จะทำให้จิตใจอบอุ่น การนำติดตัวทุกครั้ง จะต้องอาราธนาท่านด้วยพระเครื่องเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่มีความลึกล้ำ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด ต้องสัมผัสด้วยตัวเองด้วยจิตใจ จะทำให้เราเข้าใจถึงพุทธคุณ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเราทั้งสิ้น ดังคำพระท่านว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" พ.ท.บดีศรกล่าวทิ้งท้าย 


ข่าวสด

เหรียญโภคทรัพย์ หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต

พระครูวิมลศีลาจารย์ หรือ หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต วัดศรีประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี นับเป็นพระเกจิคณาจารย์ยุคปัจจุบันที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เคารพเลื่อมใส โดยเฉพาะชาวเมืองปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สมัยสงครามอินโดจีน กิตติคุณของหลวงพ่อเส็งก็ไม่ด้อยไปกว่าหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบาเลยทีเดียว วัตถุมงคลของท่านที่ออกมาทุกรุ่น ทั้งเหรียญ พระกริ่ง พระสังกัจจายน์ ธงพระฉิม ผ้ายันต์ ฯลฯ ล้วนเป็นที่นิยมสะสมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและผู้ประจักษ์ในพุทธคุณที่ปรากฏ รวมทั้งในแวดวงนักนิยมสะสมเหรียญคณาจารย์จนถึงปัจจุบัน 

นอกจาก "เหรียญปั๊มรูปเหมือน ปีพ.ศ. 2485" เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงแล้ว ยังมี "เหรียญโภคทรัพย์" อีกเหรียญหนึ่งที่เป็นที่แสวงหากันมาก ด้วยพุทธคุณเป็นที่ปรากฏด้านเมตตามหานิยมและการค้าการขายสุดยอด

อัตโนประวัติของ หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต ท่านเกิดเมื่อวันพุธที่ 19 มกราคม ปีพ.ศ. 2440 ที่บ้านเมืองใหม่ ประจันตคาม บิดาชื่อ ขุนปราบพลการ (เคน) มารดาชื่อ นางทองสี ระวังป่า เข้าพิธีอุปสมบท ในพระบวรพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ปีพ.ศ.2460 ณ วัดทัพช้าง (เมืองใหม่) มี พระครูพิพัฒน์ปัจจันตเขต (สิงห์)เจ้าคณะแขวงปัจจันตคาม เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดจนถึงปีพ.ศ.2475 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ท่านจึงย้ายไปเป็นครูสอนพระปริยัติที่วัดท่าเรือ


ปีพ.ศ.2480 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส และพระปลัดวิมล ฐานานุกรมของพระครูพิพัฒน์ปัจจันตเขต, ปีพ.ศ.2482 เป็นพระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะตำบลประจันตคาม สมณศักดิ์สุดท้ายเป็นที่พระครูวิมลศีลาจารย์ พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี และเจ้าอาวาสวัดศรีประจันตคามหรือวัดประจันตคาม ท่านมรณภาพในวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม ปีพ.ศ.2507 สิริอายุ 67 ปี พรรษา 47

หลวงพ่อเส็งเป็นพระที่เคร่งในวัตรปฏิบัติ มีศีลาจารวัตรอันงดงาม เพียบพร้อมด้วยเมตตาธรรม เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน พุทธาคมของท่านที่เป็นที่เลื่องลือมาก คือ "วิชาเรียกทรัพย์" ที่เล่ากล่าวกันว่า ทุกครั้งเมื่อทางวัดศรีประจันตคามมีงานหรือจำเป็นต้องหาทุนทรัพย์มาก่อสร้างหรือบูรณะอย่างใดอย่างหนึ่ง หลวงพ่อเส็งไม่เคยไปเรี่ยไรบอกบุญที่ไหน แต่จะให้ลูกศิษย์นำเอาธงพระสีวลีไปปักไว้บนต้นพิกุลต้นใหญ่ใกล้พระอุโบสถ จากนั้นท่านก็จุดธูปนมัสการพระประธานในพระอุโบสถ แล้วท่านก็ออกมาบริกรรมคาถาใต้ต้นพิกุลต้นนั้น เมื่อธูปไหม้หมดท่านก็จะจุดธูปดอกใหม่อีก และเมื่อควันธูปลอยไปทางทิศใดก็จะมีผู้คนจากทิศนั้น แห่กันมาทำบุญถวายปัจจัยและสิ่งของเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีคนมาทำบุญแน่นทุกงานและมีปัจจัยมาทำการตามที่ประสงค์ได้สำเร็จทุกครั้งไป

กล่าวกันถึง "เหรียญโภคทรัพย์" เป็นเหรียญที่หลวงพ่อเส็งสร้างขึ้นเป็นรุ่นที่ 3 เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่มีการปลูกต้นโพธิ์ตรัสรู้ "พันธุ์พุทธคยา" ที่วัดประจันตคาม ชื่อเหรียญ "โภคทรัพย์" นั้น ก็เนื่องด้วยพิมพ์ด้านหน้าของเหรียญเป็นรูป "นางกวัก" ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าเป็นรูปศักดิ์สิทธิ์ในด้านการค้าขาย หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นการกวักเรียกผู้คนมาอุดหนุนร้าน ให้เงินทองไหลมาเทมา

"นางกวัก" เป็นตำนานที่เล่าขานต่อกันมาว่า นางกวักเป็นลูกสาวคนเดียวของปู่เจ้าเขาเขียว ซึ่งเป็นเพื่อนกับท้าวอุณาราช ในเรื่อง "รามเกียรติ์" ที่ถูกพระรามปักตรึงอยู่ในถ้ำเขาวงพระจันทร์ จ.ลพบุรี ปู่เจ้าเขาเขียวจึงให้นางกวักมาอยู่เป็นเพื่อนนางศรีประจันต์ลูกสาวของท้าวอุณาราช ซึ่งคอยปรนนิบัติพระบิดาอยู่ นางศรีประจันต์นั้นเดิมมีแต่คนเกลียดชัง แต่เมื่อนางกวักมาอยู่ด้วยผู้คนที่เคยเกลียดชังก็คลายความเกลียดและกลับมารักใคร่นางศรีประจันต์" ตำนานดังกล่าวกลายเป็นความเชื่อถือและเลื่อมใสสืบมา ต่อมาจึงเริ่มมีการสร้างรูปเคารพ "นางกวัก" ขึ้นเพื่อขอพรให้ช่วยเหลือด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะเรื่องการค้าขาย

เหรียญโภคทรัพย์ เป็นเหรียญทรงกลม ไม่มีหู ด้านหน้าเป็นรูปนางกวักนั่งหันข้างเต็มรูป ด้านหน้ามีถุงเงิน 3 ถุง แต่ละถุงมีตัวเลขกำกับ ด้านบนเป็นอักขระขอมอ่านว่า "สิริโภคา นะมาสะโย วัชชะทะนัง" ด้านล่างเป็นอักษรไทยว่า "เหรียญโภคทรัพย์" ต่อจากอักษรจะเป็นจุดกลมโดยรอบขอบเหรียญรวม 36 จุด ส่วนด้านหลัง ตรงกลางเป็นยันต์รูปใบโพธิ์ จารึกอักขระขอมอ่านว่า "อุอากะสะ นะชาลีติ เยสิทธิลาภา" โดยรอบเหรียญเป็นอักษรไทยว่า "เหรียญโภคทรัพย์ในพิธีปลูกโพธิ์ตรัสรู้พันธุ์พุทธคยา วัดศรีประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พ.ศ.๒๔๙๙" 

ผู้ครอบครอง "เหรียญโภคทรัพย์" ปรากฏในพุทธคุณแห่งเมตตามหานิยม โชคลาภ ทำมาค้าขึ้นกันถ้วนหน้า นับเป็นเหรียญคณา จารย์ที่น่าสะสมเหรียญหนึ่งครับผม

ข่าวสด

เปิดประวัติ'หลวงพ่อเที่ยง' เครื่องรางตะกรุดหนังเสือ (จบ)

"พระครูจันทสโรภาส" หรือ "หลวงพ่อเที่ยง จันทสโร" อดีตเจ้าคณะตำบลม่วงชุม และอดีตเจ้าอาวาสวัดม่วงชุม จ.กาญจนบุรี ท่านเป็นพระของชาวบ้านชนบทโดยแท้ พูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ภาษาที่ใช้สื่อสารก็เหมือนหลวงพ่อคูณ เป็นภาษาไทยแท้ๆ ฟังไม่เพราะหู แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา 

จากการบอกเล่าของชาวบ้านกล่าวว่า ท่านชอบกีฬาชกมวยอย่างมาก การละเล่นนิยมลิเกและหนังตะลุง ท่านเป็นพระโบราณลูกทุ่งชนบท ชอบฉันหมากไม่เคยขาดปากเลย จึงเป็นที่มาของการสร้างพระเครื่องเนื้อชานหมากที่โด่งดังเข้มขลังด้วยประสบการณ์ 

หลวงพ่อเที่ยงเริ่มลงมือสร้างอุโบสถเมื่อปีพ.ศ.2484 ท่านค่อยๆ สร้างโดยไม่มีการเรี่ยไรเพราะไม่ต้องการเป็นภาระของชาวบ้าน ในช่วงนั้นประเทศไทยยังตกอยู่ในระหว่างปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองกาญจนบุรีได้รับผลกระทบจากภัยสงครามอย่างมากเพราะทหารญี่ปุ่นมาตั้งฐานทัพหลายแห่ง ทำให้ทหารพันธมิตรนำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานทัพของญี่ปุ่น เป็นเหตุให้สภาพเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง แต่ชาวบ้านก็ช่วยบริจาคทุนทรัพย์สร้างอุโบสถจนสำเร็จ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2494

ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2523 เวลา 09.00 น. เศษ ณ วัดม่วงชุม ทางวัดได้เก็บสรีระของท่านไว้ถึง 10 ปี ปรากฏว่าสังขารของท่านไม่เน่าไม่เปื่อย ชาวม่วงชุมจึงพร้อมใจกันสร้างมณฑปพร้อมทั้งโลงแก้วบรรจุร่างที่เป็นอมตะไว้ให้ผู้คนกราบไหว้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2534 

หลวงพ่อเที่ยงท่านจะขึ้นชื่อสุดๆ ในเรื่องเหนียว ทั้งมีดทั้งปืน เล่ากันว่าของๆ ท่านเวลานำออกมาจากพิธีก็ลองกันตรงนั้นเลย วัตถุมงคลของท่านจึงโด่งดังเป็นที่เล่าขานกันมาก เคยมีทหารใส่เหรียญของท่านไปขับเฮลิคอปเตอร์ แล้วเฮลิคอปเตอร์ตกทหารคนนั้นรอดตายมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ 

วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผู้คนนิยมเล่นหามากที่สุดของท่านก็คือตะกรุดหนังเสือเพราะใช้ดีมีประสบการณ์ในด้านคงกระพันชาตรีและเหนียวสุดๆ ตะกรุดของหลวงพ่อเที่ยงแท้ๆ นั้นหายากมาก เพราะตามตำราของท่านต้องทำมาจากหนังเสือ ตะกรุดของท่านจึงมีน้อย วัตถุมงคลของหลวงพ่อเที่ยงนั้นเป็นที่นิยมกันในหมู่นักสะสม เพราะมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไป โดยเฉพาะวัตถุมงคลที่เกี่ยวกับเสือ ทั้งตะกรุดหนังเสือ เหรียญรุ่นเสือเผ่น 

การทำตะกรุดของหลวงพ่อนั้นเริ่มจากท่านออกธุดงค์เป็นเวลานานหลายสิบปี มีกะเหรี่ยงที่นับถือท่านเอาหนังหน้าผากเสือไฟและเสือโคร่งมาถวายกับท่านหลายผืน เมื่อท่านกลับมาอยู่วัดจึงตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดมัดตะกรุดได้ โดยให้แยกหนังหน้าผากเสือไว้ส่วนหนึ่ง ส่วน หนังทั้งตัวเสือหลวงพ่อลงอักขระคาถาแผ่นตะกรุดแล้วม้วนใช้เชือกมัดหัวท้ายตะกรุดจากนั้นทารักเป็นตัวจับยึดให้แน่นแล้วนำไปปลุกเสกเฉพาะวันอังคารกับวันเสาร์จนครบไตรมาส จึงนำไปแจกจ่ายญาติโยมที่ศรัทธา 

ส่วนประเภทเหรียญรูปเหมือนก็ได้รับความนิยม และเต็มไปด้วยประสบการณ์ด้าน "ความเหนียว" อย่างเช่น เหรียญรุ่นแรก ปี 2508 ที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์, เหรียญรุ่น 2 พิธีเสาร์ห้า ปี 2509 เหรียญรูปไข่ รุ่นพิเศษ ปี 17 ด้านหลังเป็นยันต์ห้าของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และหลวงปู่ทิมได้เดินทางมาปลุกเสกร่วมกับเกจิที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน ส่วนประเภทพระเนื้อผงก็ต้องพระสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อผงชานหมาก 

ทุกอย่างมีประสบการณ์ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของผู้ที่เอาไปใช้

เพราะเรื่องเหนียว ไม่เข้าใครออกใคร แต่อย่าริไปลองเด็ดขาด!!

ข่าวสด

วัตถุมงคลวัดไชยมงคล หลวงปู่ทวด มหาลาภฯ

วัดไชยมงคล ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล "หลวงปู่ทวด รุ่นมหาลาภ อริยทรัพย์ 2" โดยมี พระครูพิพิธธุราทร รองเจ้าอาวาสวัดทับคล้อ (สวนโพธิ์สัตว์) จ.พิจิตร เป็นประธานในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลที่สร้างด้วยเนื้อเหล็กน้ำพี้ ผสมมหาธาตุกายสิทธิ์ 

พร้อมกันนี้ พระครูอดุลจารุวรรณ เจ้าคณะตำบลน้ำอ่างและเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล เป็นประธานในพิธีบวงสรวงบูชาฤกษ์หลวงปู่ทวดและเทพยดา พระอาจารย์ตี๋เล็ก ปัญญาสาโร วัดเขาสุมโน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมฤๅษีสมพิศ ญาณโสภี, ฤๅษีมุณีเกล้า เกศนาคเทวา, ฤๅษีมุนีสามโลก, ฤๅษีกาหลง ร่วมสวดพระคาถา อัญเชิญเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั่วสารทิศ เข้าร่วมในพิธี ณ บริเวณลานพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล วัดไชยมงคล จ.อุตรดิตถ์ 

พิธีเริ่มจาก นายคณิต เอี่ยมระหงส์ รองผู้ว่า ราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนชัยบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร อาทิ พระมหามงคล กตปุญโญ เจ้าคณะอำเภอตรอน วัดธรรมาธิปไตย, พระครูโสภิตนันทคุณ เจ้าคณะตำบลบ้านด่าน วัดงิ้วงาม, พระครูสุสีลวัตร เจ้าคณะตำบลบ้านแก่ง วัดบ้านใหม่โพธิ์เย็น, พระครูสุนทรวีรวัฒน์ เจ้าคณะตำบลข่อยสูง วัดแหลมทอง เป็นต้น 


วัตถุมงคลหลวงปู่ทวด รุ่นมหาลาภ อริยทรัพย์ 2 ประกอบด้วย พระบูชารูปเหมือนหลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตัก 2-9 นิ้ว รูปเหมือน เตารีดใหญ่ เตารีดเล็ก เบตง สามเหลี่ยมเล็ก เม็ดแตง เนื้อแร่เหล็กน้ำพี้ผสมแร่กายสิทธิ์ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์พระรอด เนื้อผงผสมว่าน 108 ผสมผงเหล็กน้ำพี้ ผสมผงแร่กายสิทธิ์ ด้านหลังฝังไหลดำน้ำพี้, พิมพ์พระรอดจิ๋ว พิมพ์ใหญ่ พิมพ์พระรอด เนื้อผงผสมว่าน 108 ผสมผงเหล็กน้ำพี้และผงแร่กายสิทธิ์ มีทั้งหมด จำนวน 5 พิมพ์ ย้อนยุคหลวงปู่ทวด ที่สร้างในปี พ.ศ.2505 พร้อมมีดหมอเหล็กน้ำพี้ โดยนำเอาวัตถุมงคลที่ ประกอบพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2553 เข้าในพิธีครั้งนี้อีกรอบ


ส่วนมวลสารที่ใช้ในการจัดสร้าง อาทิ เหล็กน้ำพี้ เหล็กไหลรุ้งเจ็ดสี เหล็กไหลงอกเกาะล้าน เหล็กไหลงอกเมืองลองหรือตับเหล็กเมืองลอง ผงพุทธคุณ ผงว่านจากวัดห้วยมงคล ผงจากพระผงอายุยืนหลวงปู่สี ปี 2517 ดินจากสังเวชนียสถาน 4 แห่ง จากประเทศอินเดีย ขมิ้นกลายเป็นหิน พระธาตุเขาสามร้อยยอด แร่เหล็กเมืองเลยและเหล็กไหลจากประเทศลาว

พระเกจิอาจารย์ที่เข้าร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตในครั้งนี้ อาทิ พระครูพิพิธธุราทร รองเจ้าอาวาสวัดทับคล้อ ประธานนั่งปรกอธิษฐานจิต, หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ จ.พิษณุโลก, หลวงพ่อสาย วัดท่าไม้แดง จ.ตาก, พระครูบาพัตร วัดวิเวก (วัดทุ่งคั๊วะ) จ.แพร่ เป็นต้น

วัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ ขนาดกว้าง 11 เมตร ยาว 30 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะอาคาร 2 ชั้น มูลค่า 17 ล้านบาท ที่สร้างมาแล้ว กว่า 6 ปี แต่ยังไม่ แล้วเสร็จ

นอกเหนือจากการสร้างพระอุโบสถแล้ว ยังนำรายได้ส่วนหนึ่งไปจัดสร้างศาลาปฏิบัติ ธรรมเฉลิมพระเกียรติ ใ นวโรกาสทรงเจริญพระ ชนมพรรษา 84 พรรษา 

แร่เหล็กน้ำพี้ เป็นที่เชื่อกันว่ามีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ ในตำราพิชัยสงคราม กล่าวไว้ว่า เป็นสุดยอดแห่งโลหะมหัศจรรย์ เป็นแร่ที่ล้างอาถรรพณ์ได้นานัปการ สามารถป้องกันภูตผีปีศาจ และคุณไสย ส่วนการสร้างวัตถุมงคล เมื่อได้นำมาเป็นมวลสารเข้าพิธีต่างๆ ทำให้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้นไปอีก

วัตถุมงคล หลวงปู่ทวด รุ่นมหาลาภ อริยทรัพย์ 2 เป็นที่สนใจของสาธุชนในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และนครปฐม ให้ความสนใจเป็นพิเศษและแห่เช่าบูชากันจำนวนมาก 

ด้วยเป็นพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านมงคล 108 ผสมผงมวลสารแร่เหล็กน้ำพี้และผงแร่กายสิทธิ์ ด้านหลังฝังเหล็กไหลดำ รวมไปถึงมีดหมอเหล็กน้ำพี้ ล้วนเป็นที่เสาะแสวงหาของบรรดานักนิยมสะสมวัตถุมงคล

ข่าวสด

บทความทั้งหมด