พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด

อริยะโลกที่ 6

พระราชพรหมจริยคุณ (สุเทพ สุกกธัมโม) วัดบ้านเปลือยใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นพระเถระ พระนักปกครอง พระนักการศึกษาและพระนักพัฒนา เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา

ปัจจุบันสิริอายุ 61 พรรษา 40 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด และเจ้าอาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

มีนามเดิมว่า สุเทพ มูลสุข เกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2498 อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 4 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

ในช่วงวัยเด็ก เรียนจบชั้นประถมศึกษาที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นออกมาช่วยงานครอบครัวหาเลี้ยงชีพ

ต่อมา เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2509 ที่วัดเจริญราษฎร์ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีพระครูวิมลธรรมสาร (บุญตา ฉันโท) วัดเจริญราษฎร์ จ.ร้อยเอ็ด เป็นพระอุปัชฌาย์

ระหว่างเป็นสามเณร ได้เล่าเรียนและศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบได้ นักธรรมชั้นตรี โท และเอก ตามลำดับ

ระหว่างนั้น ยังใฝ่ศึกษา พ.ศ.2516 จบการศึกษาผู้ใหญ่ระดับ 4 จากโรงเรียนผู้ใหญ่วัดสระทอง อ.สุวรรณภูมิ

กระทั่งอายุครบ 20 ปี สามเณรสุเทพ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2517 ที่พัทธสีมาวัดเวฬุวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีพระราชพรหมจริยคุณ (อุทธีร์ อัคคจิตโต) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสังฆรักษ์คำดี อิสสโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาบุญ อภินันโท เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ด้วยความเป็นพระหนุ่มรุ่นใหม่ ท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่บริหารงานการศึกษาสงฆ์ และงานเผยแผ่

นอกจากมีความรู้ทางด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม ท่านยังมีความรู้ในเรื่องการก่อสร้าง ทั้งช่างไม้ ช่างปูน รวมทั้งการเขียนออกแบบตกแต่งสถานที่ ผลงานด้านการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุของวัด นอกจากรักษาพระอุโบสถและก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นศาสนสถานประกอบกิจกรรมทางสงฆ์

ท่านสร้างผลงานจนได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางปกครอง พ.ศ.2527 ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.2529 เป็นรองเจ้าคณะตำบลรอบเมือง พ.ศ.2531 เป็นเจ้าคณะตำบลรอบเมือง เขต 2

พ.ศ.2541 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองร้อยเอ็ด พ.ศ.2545 เป็น เจ้าคณะอำเภอเมืองร้อยเอ็ด พ.ศ.2551 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด

พ.ศ.2554 ได้รับพระบัญชาเป็นเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ ท่านสร้างผลงานอันทรงคุณูปการในหลากหลายด้าน งานสาธารณูปการ เป็นประธานจัดหาทุนก่อสร้างศาสนสถานภายในวัด เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ซุ้มประตู ห้องน้ำ ฯลฯ

ด้านสาธารณประโยชน์ เป็นประธานจัดหาทุนก่อสร้างถนนให้เป็นเส้นทางอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง อีกทั้งใช้เป็นเส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด

ด้านการศึกษา ตั้งกองทุนสงเคราะห์นักเรียนชั้นประถมศึกษา มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนหลายแห่ง

พ.ศ.2548 ได้รับประสาทปริญญาบัตร พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) กิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูกิตติสารโกวิท (จร.ชท.)

พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นโท (จต.ชท.) ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนชั้นเป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก (จอ.ชอ.) ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระพุทธิสารมุนี

ล่าสุด พ.ศ.2558 ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2558 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชพรหมจริยคุณ

ทุกวันนี้ ยังคงมุ่งปฏิบัติศาสนกิจ แสดงพระธรรมเทศนา ปาฐกถาธรรม พร้อมทั้งงานด้านสาธารณประโยชน์ บริหารกิจการงานสงฆ์ที่ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคม สืบไป


ขอบคุณที่มา   ข่าวสดรายวัน

บทความทั้งหมด