วันที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2560 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9536 ข่าวสดรายวัน
ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์
สวัสดีครับ ผู้อ่านที่รักทุกท่าน ในบรรดาเหรียญที่หายากและมีมูลค่าสูงมาก ก็คือ เหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข) เป็นพระที่ประชาชนเคารพศรัทธาในตัวท่านมาก วัตถุมงคลนั้นส่วนใหญ่หายากมากๆ เช่น พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก เป็นหนึ่งในพระชุดเบญจภาคีพระปิดตาชุดเนื้อผง ส่วนเหรียญรูปท่านนั้นยิ่งหาพบเห็นได้ยากยิ่งกว่าอีกหลายเท่า ในบรรดาเหรียญพระเกจิอาจารย์ด้วยกันแล้ว เหรียญหลวงปู่ไข่นับว่าหายากที่สุด แม้แต่รูปถ่ายก็ยังหาชมกันได้ยาก
หลวงปู่ไข่เป็นชาวแปดริ้ว เกิดที่ ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2400 โยมบิดาชื่อกล่อม โยมมารดาชื่อบัว พออายุได้ประมาณ 6 ขวบ มารดาก็เสีย บิดาจึงได้นำไปฝากเป็นศิษย์อยู่กับหลวงพ่อปาน วัดโสธรฯ เพื่อได้เรียนหนังสือ ต่อมาจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้ฝึกหัดเทศน์จนมีชื่อเสียงในทางเทศน์มหาชาติ
ท่านอยู่กับหลวงพ่อปานจนกระทั่งหลวงพ่อปานมรณภาพ จึงได้เดินทาง มาอยู่กับพระอาจารย์จวง วัดน้อย อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จนมีอายุได้ 15 ปี พระอาจารย์จวงก็มรณภาพ จึงได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ กทม. ได้เรียนพระปริยัติธรรมอยู่ 3 ปี แล้วจึงได้เดินทางมาอยู่กับพระอาจารย์เอี่ยม วัดลัดด่าน สมุทรสงคราม ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรม จนอายุครบบวช จึงได้อุปสมบท ที่วัดลัดด่าน โดยมีพระอาจารย์เอี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เนตร วัดบ้านแหลม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ภู่ วัดบางกะพ้อม เป็นพระ อนุสาวนาจารย์
ต่อมาก็ได้เดินทางไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วกลับมาอยู่ที่วัดลัดด่านอีกครั้งหนึ่ง หลวงปู่ไข่ออกธุดงค์อยู่ทุกปี และได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์อีกหลายองค์ เมื่อธุดงค์ผ่านทางใด ถ้ามีผู้คนทุกข์ยากหรือเจ็บไข้ได้ป่วยก็ช่วยรักษาให้หายโดยตลอด เกียรติคุณเป็นที่รู้จักจนมาถึงกรุงเทพฯ ต่อมาจึงมีผู้มานิมนต์ให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดบางยี่เรือ 1 พรรษา แล้วก็ได้ออกธุดงค์อีก
จนได้กลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง และเห็นว่าวัดบพิตรพิมุข (วัดเชิงเลน) เป็นวัดที่เงียบสงบดี จึงเข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัด เชิงเลนตลอดมา ในระหว่างที่หลวงปู่ไข่จำพรรษาอยู่ที่วัดเชิงเลนนี้ ก็ได้ปฏิบัติธรรมและสร้างกุศลหลายประการ ได้แก่ สอนพระกรรมฐานแก่บรรพชิตและฆราวาส ช่วยอนุเคราะห์แก่ผู้เจ็บไข้ได้ทุกข์ตลอดมา ยังได้บริจาคทรัพย์ส่วนตัวและชักชวนบรรดาศิษย์ให้ร่วมทำบุญ เช่น สร้างพระพุทธปฏิมา ซ่อมพระพุทธรูปของเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมให้ดีขึ้นมา สร้างกุฏิ สร้างถนน สระน้ำ ถังรับน้ำฝนในวัด เป็นต้น
หลวงปู่ไข่เป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาธรรมสูง จริยาวัตรงดงามเคร่งครัด เป็นที่เคารพศรัทธาแก่ประชาชนโดยทั่วไป มรณภาพในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2475 สิริอายุได้ 74 พรรษาที่ 54
ในวันนี้ผมได้นำรูปเหรียญหลวงปู่ไข่ จากหนังสือตามรอยตำนาน สุดยอดภาพถ่าย 108 พระคณาจารย์แดนสยาม สร้างประมาณปี พ.ศ.2472 ซึ่งคณะศิษย์ได้ขออนุญาตจัดสร้าง เนื่องในโอกาสที่อายุได้ 6 รอบ แต่การสร้างนั้นสร้างจำนวนน้อยมาก กล่าวกันว่าประมาณ 72 เหรียญ จำนวนอายุของท่าน เหรียญของหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน แม้แต่หาชมเหรียญแท้ๆ ยังหายากครับ ตัวผมเองตั้งแต่เล่นหาพระมาเคยได้เห็นเหรียญแท้ๆ แค่ 4 เหรียญเท่านั้น ปัจจุบันมูลค่าสูงมากๆ และหายากมากๆ เช่นกัน
ด้วยความจริงใจ
แทน ท่าพระจันทร์
ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์
สวัสดีครับ ผู้อ่านที่รักทุกท่าน ในบรรดาเหรียญที่หายากและมีมูลค่าสูงมาก ก็คือ เหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข) เป็นพระที่ประชาชนเคารพศรัทธาในตัวท่านมาก วัตถุมงคลนั้นส่วนใหญ่หายากมากๆ เช่น พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก เป็นหนึ่งในพระชุดเบญจภาคีพระปิดตาชุดเนื้อผง ส่วนเหรียญรูปท่านนั้นยิ่งหาพบเห็นได้ยากยิ่งกว่าอีกหลายเท่า ในบรรดาเหรียญพระเกจิอาจารย์ด้วยกันแล้ว เหรียญหลวงปู่ไข่นับว่าหายากที่สุด แม้แต่รูปถ่ายก็ยังหาชมกันได้ยาก
หลวงปู่ไข่เป็นชาวแปดริ้ว เกิดที่ ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2400 โยมบิดาชื่อกล่อม โยมมารดาชื่อบัว พออายุได้ประมาณ 6 ขวบ มารดาก็เสีย บิดาจึงได้นำไปฝากเป็นศิษย์อยู่กับหลวงพ่อปาน วัดโสธรฯ เพื่อได้เรียนหนังสือ ต่อมาจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้ฝึกหัดเทศน์จนมีชื่อเสียงในทางเทศน์มหาชาติ
ท่านอยู่กับหลวงพ่อปานจนกระทั่งหลวงพ่อปานมรณภาพ จึงได้เดินทาง มาอยู่กับพระอาจารย์จวง วัดน้อย อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จนมีอายุได้ 15 ปี พระอาจารย์จวงก็มรณภาพ จึงได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ กทม. ได้เรียนพระปริยัติธรรมอยู่ 3 ปี แล้วจึงได้เดินทางมาอยู่กับพระอาจารย์เอี่ยม วัดลัดด่าน สมุทรสงคราม ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรม จนอายุครบบวช จึงได้อุปสมบท ที่วัดลัดด่าน โดยมีพระอาจารย์เอี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เนตร วัดบ้านแหลม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ภู่ วัดบางกะพ้อม เป็นพระ อนุสาวนาจารย์
ต่อมาก็ได้เดินทางไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วกลับมาอยู่ที่วัดลัดด่านอีกครั้งหนึ่ง หลวงปู่ไข่ออกธุดงค์อยู่ทุกปี และได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์อีกหลายองค์ เมื่อธุดงค์ผ่านทางใด ถ้ามีผู้คนทุกข์ยากหรือเจ็บไข้ได้ป่วยก็ช่วยรักษาให้หายโดยตลอด เกียรติคุณเป็นที่รู้จักจนมาถึงกรุงเทพฯ ต่อมาจึงมีผู้มานิมนต์ให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดบางยี่เรือ 1 พรรษา แล้วก็ได้ออกธุดงค์อีก
จนได้กลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง และเห็นว่าวัดบพิตรพิมุข (วัดเชิงเลน) เป็นวัดที่เงียบสงบดี จึงเข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัด เชิงเลนตลอดมา ในระหว่างที่หลวงปู่ไข่จำพรรษาอยู่ที่วัดเชิงเลนนี้ ก็ได้ปฏิบัติธรรมและสร้างกุศลหลายประการ ได้แก่ สอนพระกรรมฐานแก่บรรพชิตและฆราวาส ช่วยอนุเคราะห์แก่ผู้เจ็บไข้ได้ทุกข์ตลอดมา ยังได้บริจาคทรัพย์ส่วนตัวและชักชวนบรรดาศิษย์ให้ร่วมทำบุญ เช่น สร้างพระพุทธปฏิมา ซ่อมพระพุทธรูปของเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมให้ดีขึ้นมา สร้างกุฏิ สร้างถนน สระน้ำ ถังรับน้ำฝนในวัด เป็นต้น
หลวงปู่ไข่เป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาธรรมสูง จริยาวัตรงดงามเคร่งครัด เป็นที่เคารพศรัทธาแก่ประชาชนโดยทั่วไป มรณภาพในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2475 สิริอายุได้ 74 พรรษาที่ 54
ในวันนี้ผมได้นำรูปเหรียญหลวงปู่ไข่ จากหนังสือตามรอยตำนาน สุดยอดภาพถ่าย 108 พระคณาจารย์แดนสยาม สร้างประมาณปี พ.ศ.2472 ซึ่งคณะศิษย์ได้ขออนุญาตจัดสร้าง เนื่องในโอกาสที่อายุได้ 6 รอบ แต่การสร้างนั้นสร้างจำนวนน้อยมาก กล่าวกันว่าประมาณ 72 เหรียญ จำนวนอายุของท่าน เหรียญของหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน แม้แต่หาชมเหรียญแท้ๆ ยังหายากครับ ตัวผมเองตั้งแต่เล่นหาพระมาเคยได้เห็นเหรียญแท้ๆ แค่ 4 เหรียญเท่านั้น ปัจจุบันมูลค่าสูงมากๆ และหายากมากๆ เช่นกัน
ด้วยความจริงใจ
แทน ท่าพระจันทร์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น